5 ประเด็นหลังเกมเรอัล มาดริด เสมอ บาเยิร์น มิวนิค 2-2

Real-Madrid 5 ประเด็นหลังเกมเรอัล มาดริด เสมอ บาเยิร์น มิวนิค 2-2

     เป็นอีกหนึ่งปีที่ เรอัล มาดริด สามารถทะลุผ่านเข้ารอบชิงชนะเลิศฟุตบอล ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ได้สำเร็จ หลังเปิดบ้านเสมอ บาเยิร์น มิวนิค แบบสุดมันส์ 2-2 รวมผลสองนัดราชันชุดขาวผ่านเข้ารอบด้วยสกอร์รวม 4-3 ผ่านเข้าไปรอชิงชนะเลิศลุ้นคว้าแชมป์เป็นปีที่ 3 ติดต่อกัน

และนี่คือ 5 ประเด็นที่น่าสนใจจากเกมนี้ เรารวบรวมมาฝากกัน..

 

ซีดาน ทำสถิติเท่า ลิปปี้ 

ซีเนดีน ซีดาน พา “ราชันชุดขาว” ผ่านเข้ารอบชิงชนะเลิศชปล.เป็นปีที่ 3 ติดต่อกัน ทำให้กุนซือชาวฝรั่งเศสทำสถิติเทียบเท่ากับ มาเซโล่ ลิปปี้ กุนซือชาวอิตาเลียนที่เคยทำได้กับยูเวนตุส ในปี 1996 – 1998 และเป็นการผ่านเข้ารอบเป็นครั้งที่ 4 จาก 5 ปีหลังสุด

นอกจากนี้ยังมีลุ้นพาทีมทำสถิติเป็นทีมแรกในประวัติศาสตร์ที่คว้าแชมป์ชปล. 3 ปีติดต่อกัน

 

โรนัลโด้ ทุบสถิติลงบู๊ชปล.มากสุด

แม้เป็นอีกหนึ่งเกมที่ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ โชว์ฟอร์มไม่ออกเป็นนัดที่สองติดต่อกันในการเจอกับบาเยิร์น มิวนิค อย่างไรก็ตามเกมนี้กองหน้าทีมชาติโปรตุเกสทุบสถิติสำคัญได้อีกชิ้นเมื่อเป็นผู้เล่นที่ได้ลงบู๊ในเกมแชมเปี้ยนส์ลีกมากที่สุดเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

ดาวเตะทีมชาติโปรตุเกสได้ลงฉะกับบาเยิร์น มิวนิคในเกมรอบตัดเชือกนัดสอง และเป็นเกมที่ 152 ของเขาในรายการนี้ ทำลายสถิติเดิมของชาบี เอร์นานเดซตำนานทีมบาร์เซโลน่าที่ลงสนาม 151 นัดได้สำเร็จ

อย่างไรก็ดี หากนับรวมนายทวาร อีเคร์ กาซิยาสอดีตขุนพลทีมเรอัล มาดริดเช่นกันถือครองสถิติดังกล่าวที่ 167 นัด แต่สัปดาห์ก่อนในเกมแรกกับเสือใต้ ศูนย์หน้าวัย 33 ปีก็สร้างสถิติได้เช่นกันกับการสอยตาข่ายในรายการนี้ได้ 11 นัดรวดโดยในซีซั่นนี้เขาพังประตูไปแล้ว 42 ลูกจาก 40 นัดในทุกรายการ

 

วันของ เบนเซม่า 

นอกจากกองหน้าชาวฝรั่งเศสจะยิง 2 ประตูได้ในเกมนี้แล้ว เจ้าตัวยังมีส่วนร่วมกับเกมมาก จากสถิติจ่ายบอลสำเร็จถึง 28 ครั้ง เป็นรอง ลูคัส ดีญ แบ็กซ้ายจากบาร์เซโลน่า ที่ทำไว้ 29 ครั้ง ในเกมกับโอลิมเปียกอสที่ทำได้ในฤดูกาลนี้

ขณะเดียวกัน ยังทำสถิติยิงในชปล.ไปแล้ว 54 ประตู ขึ้นไปรั้งอันดับ 5 ดาวยิงสูงสุดในรายการนี้ เป็นรอง รุด ฟาน นิสเตลรอย 56 ประตู, ราอูล กอนซาเลซ 71 ประตู, ลิโอเนล เมสซี่ 100 ประตู และ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ 120 ประตู

 

บาเยิร์น แพ้ทางทีมจากสเปน 

หลังจาก บาเยิร์น มิวนิค ตกรอบด้วยน้ำมือของ เรอัล มาดริด ไปอีกหนึ่งปีในรอบน็อคเอาท์ ถือเป็นการถูกทีมจาก ลา ลีกา สเปน เขี่ยตกรอบ 5 ฤดูกาลติดต่อกัน

ปี 2014 แพ้ เรอัล มาดริด รอบรองชนะเลิศ ด้วยสกอร์รวมสองนัด 0-5
ปี 2015 แพ้ บาร์เซโลน่า รอบรองชนะเลิศ ด้วยสกอร์รวมสองนัด 3-5
ปี 2016 แพ้ แอตเลติโก มาดริด รอบรองชนะเลิศ ด้วยกฏประตูทีมเยือน 2-2
ปี 2017 แพ้ เรอัล มาดริด รอบก่อนรองชนะเลิศ ด้วยสกอร์รวมสองนัด 3-6
ปี 2018 แพ้ เรอัล มาดริด รอบรองชนะเลิศ ด้วยสกอร์รวมสองนัด 3-4

 

เสือใต้ไม่นิ่งพอ

แม้จะเป็นเกมที่ทีมจากแคว้นบาวาเรียมีรูปเกมที่เหนือกว่ามากจากโอกาสครองบอลมากถึง 69% พร้อมมีโอกาสจบถึง 15 ครั้ง ยิงตรงกรอบ 8 ครั้ง แต่ได้มาเพียง 2 ลูกเท่านั้น

นอกจากเกมรุกที่ใช้โอกาสเปลืองแล้ว เกมรับพวกเขายังไม่นิ่งพอ มีจังหวะผิดพลาดโดยเฉพาะจังหวะที่ โตลิสโซ่ จ่ายคืนหลังให้ สเวน อูไรซ์ แต่กลับตัดสินใจผิดพลาด ให้ เบนเซม่า หลุดเข้าไปยิงแบบง่ายๆ ซึ่งแตกต่างจาก เรอัล มาดริด ที่มีโอกาสยิงตรงกรอบเพียง 3 ครั้ง แต่เปลี่ยนเป็น 2 ประตู


สนับสนุนบทความโดย : www.siamsport.co.th