ไฮไลท์ฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ฤดูกาล 2018/19 ลิเวอร์พูล vs ฮัดเดอร์สฟิลด์ ทาวน์ Liverpool vs Huddersfield Town

 

เกอิต้ายิงเร็ว,มาเน่ควงซาลาห์เบิ้ลหงส์รัว5-0นำฝูง ลิเวอร์พูล ขยับแซงแมนฯ ซิตี้ ขึ้นนำจ่าฝูงอีกครั้งหลังเปิดบ้านไล่ยิงฮัดเดอร์สฟิลด์ขาดลอย 5-0

เจอร์เก้น คล็อปป์ กุนซือลิเวอร์พูลเปลี่ยนทีม 2 ตำแหน่งจากนัดล่าสุดโดยส่ง แดเนียล สเตอร์ริดจ์ กองหน้ากระดูกเปราะลงเล่นแทน โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่ ที่ไม่ฟิตและไม่มีชื่อแม้กระทั่งสำรอง อีกตำแหน่งคือ เดยัน ลอฟเรน ได้ลงตัวจริงในตำแหน่งเซนเตอร์แทนที่ โฌแอล มาติป ที่ป่วยและฟิตเพียงเป็นสำรอง นอกจากนี้ยังมีชื่อของ อเล็กซ์ อ็อกซ์เลด-แชมเบอร์เลน ในลิสต์สำรองซึ่งเป็นการติดทีมครั้งแรกในรอบปีหลังเจ็บหนักพักยาวตั้งแต่ปลายฤดูกาลก่อน

เริ่มเกมมาไม่ถึง 20 วินาที ลิเวอร์พูลได้ประตูนำเร็วเหลือเกินเมื่อ ยอน สแตนโควิช ออกบอลช้าหน้าเขตโทษตัวเองจนโดน นาบี เกอิต้า แซะโดน โมฮาเหม็ด ซาลาห์ เก็บได้จึงไหลเข้าเขตโทษให้ เกอิต้า ยิงด้วยขวาส่งบอลเช็ดเสาเข้าไปเป็น 1-0

หงส์แดงได้ลุ้นอีกครั้งในนาที 15 ซาลาห์ พาบอลลุยเข้าเขตโทษด้านขวาก่อนจิ้มยิงเอง แต่บอลไม่เข้ากรอบ

จากนั้นอีก 2 นาที ลิเวอร์พูลเกือบได้อีกลูกจากเตะมุมฝั่งซ้าย เฟอร์กิล ฟาน ไดค์ วิ่งสอดมาโขกระยะ 12 หลา แต่บอลข้ามคานไปนิดเดียว

สกอร์ไหลเป็น 2-0 จนได้ในนาที 23 แอนดี้ โรเบิร์ตสัน เปิดบอลโค้งสุดสวยเข้าเขตโทษให้ ซาดิโอ มาเน่ ลอยตัวโขกระยะ 10 หลาเข้าไปอย่างสวยงาม เป็นประตูที่ 19 ของ มาเน่ ในลีกฤดูกาลนี้ด้วย

หงส์แดงคุมสถานการณ์ไว้ได้หมด ช่วงทดเจ็บมาได้ประตูนำ 3-0 เมื่อ เทรนท์ อเล็กซานเดอร์ อาร์โนลด์ ตักบอลเข้าเขตโทษให้ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ควบหนีแนวรับทีมเยือนก่อนกระดกข้ามตัว โยนาส เลิสเซิ่ล ตุงตาข่ายอย่างเหนือชั้น

ครึ่งหลังนาที 49 ลิเวอร์พูลหาโอกาสได้อีกเมื่อ จอร์จินโญ่ ไวนัลดุม ตักบอลเข้าเขตโทษ ซาดิโอ มาเน วิ่งมากระดกแบบเดียวกับ ซาลาห์ แต่ว่าให้น้ำหนักมากไป บอลเลยโด่งข้ามคานออกหลัง

ฮัดเดอร์สฟิลด์ได้ยิงเข้ากรอบครั้งแรกในนาที 54 จากการยิงไกลของ จูนินโญ่ บาคูน่า แต่ อาลีสซง เบ็คเกอร์ ซูเปอร์เซฟเอาไว้ได้ โดยก่อนหน้านั้น สเตอร์ริดจ์ ส่งบอลตุงตาข่ายได้แต่ล้ำหน้าไปก่อน

โมฮาเหม็ด ซาลาห์ หวิดทำประตูสุดสวยอีกลูกในฤดูกาลเมื่อรับบอลจากฝั่งซ้ายก่อนกระกดหนีตัวประกบแล้ววอลเล่ย์ระยะร่วม 30 หลา บอลพุ่งเฉียดสามเหลี่ยมออกหลังไปนิดเดียว

ลิเวอร์พูลหนีเป็น 4-0 จนได้ในนาที 66 จอร์แดน เฮนเดอร์สัน บรรลงเปิดจากขวาเข้าเขตโทษฝั่งซ้าย มาเน่ สลัดหนีแนวรับทีมเยือนก่อนโขกเน้นๆ ย้อนกลับเข้าเสาไกลสุดสวย เป็นประตูที่ 20 ในฤดูกาลนี้เท่ากับ ซาลาห์

17 นาทีสุดท้าย เสียงเชียร์ในแอนฟิลด์กระหึ่มอีกรอบเมื่อ อเล็กซ์ อ็อกซ์เลด-แชมเบอร์เลน ถูกเปลี่ยนตัวลงสนามเป็นครั้งแรกในรอบ 1 ปีโดยได้ลงแทน จอร์จินโญ่ ไวนัลดุม ขณะที่ เซอร์ดาน ชากิรี่ ก็ได้เล่นแทน แดเนียล สเตอร์ริดจ์

เพียง 3 นาทีในสนาม แชเมเบอร์เลน เกือบมีสกอร์ทันทีเมื่อ ซาลาห์ ไหลบอลให้สุดสวยก่อนที่เจ้าตัวจะล็อกหนีตัวประกบแล้วยิงด้วยซ้าย ทว่าติดเซฟของ โยนาส เลิสเซิ่ล หวุดหวิด

ก่อนจบเกม 7 นาที ลิเวอร์พูล มาได้ประตูย้ำชัยอีกลูกจากจังหวะที่ แอนดี้ โรเบิร์ตสัน หลุดขึ้นทางซ้ายก่อนป้ายเข้ากลางให้ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ยิงง่ายๆ เข้าไป เป็นประตูที่ 2 ในนัดนี้ของซาลาห์ด้วย

จากนั้นจบเกม ลิเวอร์พูล เก็บชัยชนะสวยงาม 5-0 แซงแมนฯ ซิตี้ขึ้นนำจ่าฝูงอีกรอบ และเรียกความมั่นใจก่อนลงเล่นยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบตัดเชือก นัดแรกที่ต้องไปเยือนบาร์เซโลน่าในวันพุธที่ 1 พฤษภาคมนี้