“มู”ยอมรับ หากผีพลาดแชมป์ยูโรป้าถือว่าคุมทีมล้มเหลว

mourinho-UEL "มู"ยอมรับ หากผีพลาดแชมป์ยูโรป้าถือว่าคุมทีมล้มเหลว

โจเซ่ มูรินโญ่กุนซือของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดยอมรับคำติติงหากชวดแชมป์ยูโรป้า และถือว่าเป็นความล้มเหลวในการคุมทีม”ปีศาจแดง”ฤดูการแรก…

                    แมนฯ ยูไนเต็ดจะเจอกับอาหยักซ์ในเกมนัดชิงชนะเลิศที่สต็อกโฮล์มหลังจากผ่านเซลต้า บีโก้มาได้ในเกมนัดรองชนะเลิศที่ต้องลุ้นกันเหนื่อยเมื่อคืนวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา

                    ตอนนี้มูรินโญ่มีโอกาสที่จะพา”ปีศาจแดง”คว้าแชมป์ยุโรปรายการใหญ่ถ้วยเดียวที่ยังไม่เคยได้มาครอง เพื่อสมทบกับที่ได้แชมป์อีเอฟแอล คัพและคอมมิวนิตี้ ชิลด์มาแล้วในฤดูกาลแรกที่โอลด์ แทรฟฟอร์ด

                    อย่างไรก็ตามหลังจากที่ล้มเหลวในการลุ้นแชมป์พรีเมียร์ลีก เขายอมรับว่าจะมองให้ฤดูกาลนี้เป็นความน่าผิดหวังก็ได้ถ้าหากแมนฯ ยูไนเต็ดล้มเหลวกับการคว้าแชมป์ยูโรป้าลีก

                    เมื่อถามว่าหากคิดอย่างนั้นจะแฟร์รึเปล่า มูรินโญ่ตอบว่า “ใช่ ผมคิดว่าคุณมีสิทธิ์พูดแบบนั้นนะ และผมคิดว่ามันเมคเซนส์ที่จะพูดแบบนั้น”

                    “แต่ผมไม่ได้รู้สึกแบบนั้น ผมไม่อยากให้นักเตะรู้สึกแบบนั้น ผมไม่คิดว่าบอร์ดบริหารรู้สึกแบบนั้น เพราะเราทุ่มเทอย่างหนัก ฤดูกาลนี้ผมอาจจะทำงานหนักยิ่งกว่าที่เคยทำมา เมื่อผมวิเคราะห์แล้วผมไม่คิดแบบนั้นนะ แต่ถ้าผมทำงานแบบคุณก็อาจจะ”

                    “เราได้แชมป์ลีก คัพ เราคว้าคอมมิวนิตี้ ชิลด์ จนกระทั่งอาการเจ็บมาเยือน เราสู้เพื่อท็อปโฟร์พรีเมียร์ลีก”

                    “เราทำหลายๆสิ่งในสโมสรนี้ที่ไม่มีใครทำในฤดูกาลแรก อย่างการคว้าแชมป์, อย่างเช่นสถิติไม่แพ้ใครของแมนฯ ยูไนเต็ดในพรีเมียร์ลีก อย่างการเข้าถึงนัดชิงเวทียุโรป เรามีสิ่งเหล่านี้”

                    “แต่ถ้าผมอยู่ฝั่งเดียวกับคุณและคุณมองหาพาดหัวตัวโตๆในแบบนี้อยู่ตลอดล่ะ ผมยอมรับได้นะถ้าคุณพูดแบบนั้น”

                    เมื่อถูกถามเจาะจงที่บอกว่าเขาทำงานในฤดูกาลนี้หนักว่ายิ่งกว่าที่เคยทำมา มูรินโญ่ตอบว่า “นักเตะและสโมสร บางครั้งคุณมาที่สโมสรใหญ่ในสถานการณ์ที่ยากลำบาก และงานก็ยิ่งยากกว่าการอยู่กับสโมสรเล็กๆในช่วงเวลาที่ดีอีก”

                    “เป็นฤดูกาลที่ยากมาก บางงานก็มองไม่ได้ปรากฏให้คุณเห็น แต่เมื่อผมวิเคราะห์งานของผมแล้วผมรู้ว่าผมทำอะไรได้ดีกว่าคนอื่น ผมรู้ว่าผมต้องทำอะไร แต่อีกครั้งนะ ผมยอมรับความคิดคุณว่าผลการแข่งขันฟุตบอลเป็นตัวตัดสินใจเรื่องนั้น”