ปืนผงาดถ้วยเอฟเอคัพ! โค่นสิงห์บลูส์10ตัว 2-1 เถลิงสมัย13

ขุนพล “เดอะ กันเนอร์ส” ที่โดนค่อนขอดว่าเป็นรอง รวมพลังโค่นทีมแชมป์พรีเมียร์ลีกล่าสุดอย่าง “สิงห์บลูส์” ที่เล่น 10 คนในช่วง 13 นาทีสุดท้าย ด้วยสกอร์ 2-1 โดยได้ประตูชัยจาก อารอน แรมซี่ย์ นาที 79 พาทีมคว้าถ้วยสมัยที่ 13 มากสุดในประวัติศาสตร์ลีกผู้ดี ในเกม เอฟเอ คัพ อังกฤษ รอบชิงฯ เมื่อ 27 พ.ค.ที่ผ่านมา

Arsenal-Chelsea1-1-300x157 ปืนผงาดถ้วยเอฟเอคัพ! โค่นสิงห์บลูส์10ตัว 2-1 เถลิงสมัย13

ฟุตบอล เอฟเอ คัพ อังกฤษ ฤดูกาล 2016-17 รอบชิงชนะเลิศ แข่งขันวันเสาร์ที่ 27 พฤษภาคม 2560 เป็นการโคจรมาทำศึก “ลอนดอน ดาร์บี้ แมตช์” ระหว่าง “ปืนใหญ่” อาร์เซน่อล แชมป์รายการนี้มากสุด 12 สมัย (เท่ากับ แมนฯ ยูไนเต็ด) พบกับ “สิงห์บลูส์” เชลซี ทีมแชมป์ลีกสดๆ หมาดๆ เคยคว้าถ้วยรายการนี้มาแล้ว 7 สมัย โดยแข่งที่สนาม เวมบลีย์

 

ครึ่งแรก

น.5 อาร์เซน่อล เปิดฉากด้วยการต่อบอลยึดพื้นที่ในแดนคู่แข่ง ก่อนจะมาได้ประตูออกนำตั้งแต่ต้นเกมชนิดที่มีข้อกังขาเล็กน้อย เมื่อ ดาวิด ลุยซ์ โหม่งสกัดออกมานอกเขต อเล็กซิส โผเข้าหาบอลโดน เอ็นโกโล่ ก็องเต้ เตะสกัดบอลโดนแขนเต็มๆ แต่ อเล็กซิส ลุยต่อหลุดเดี่ยวเข้าไปยิงผ่านมือ กูร์กตัวส์ เข้าไป ผู้เล่น “สิงห์บลูส์” พยายามเข้าไปประท้วงแต่ไม่เป็นผล “ปืนใหญ่” ขึ้นนำ 1-0

น.15 เชลซี หนุนเกมรุกเข้าหา มีโอกาสลุ้นหวาดเสียว เอแด็น อาซาร์ พาบอลลุยเข้าเขตโทษแล้วโดนเข้ามาสกัดบอลจากเท้า บอลกระเด้งออกมาเข้าทาง ดีเอโก้ คอสต้า วิ่งเข้ายิงเต็มข้อ แต่โดนพุ่งตัวเข้าบล็อก

น.16 อาร์เซน่อล สร้างความปั่นป่วนให้แนวรับคู่ต่อสู้ได้ดีกว่า มีลุ้นประตูเพิ่ม อเล็กซิส จ่ายบอลทะลุช่องเข้าเขตโทษด้านขวาให้ เมซุต โอซิล หลุดเข้าไปชิพข้ามตัว กูร์กตัวส์ ไปแล้ว แต่ แกรี่ เคฮิลล์ ตามสกัดจากเส้นได้หวุดหวิด

น.19 อาร์เซน่อล ยังเป็นฝ่ายหาโอกาสลุ้นได้ชัดเจนกว่า อีกครั้งที่น่าได้ประตูที่สอง จากลูกเตะมุมทางฝั่งขวา เมซุต โอซิล เปิดโค้มาให้ แดนนี่ เวลเบ็ค โหม่งเช็ดหนีมือ กูร์กตัวส์ ย้อยชนโคนเสาสองเต็มๆ อารอน แรมซี่ย์ พยายามเข้าซ้ำแต่เข้าข้างตาข่าย

น.30 อาร์เซน่อล ป้วนเปี้ยนในแดน เชลซี ได้ลุ้นหวาดเสียว เอ็คตอร์ เบลเยลิน ทำชิ่งหนึ่งสองให้ แดนนี่ เวลเบ็ค หลุดเดี่ยวเข้าเขตโทษด้านซ้าย แล้วยกบอลข้ามตัว กูร์กตัวส์ ไปได้แล้ว โดน แกรี่ เคฮิลล์ ตามมาสกัดทิ้งจากเส้นอีกครั้ง

น.32 อาร์เซน่อล หาโอกาสลุ้นได้อีกครั้ง อเล็กซิส เปิดฟรีคิกทางฝั่งซ้ายโค้งไปเสาสอง ดาวิด ลุยซ์ โหม่งสกัดออกมานอกเขต กรานิต ชาก้า วอลเลย์ด้วยซ้ายสวนทันที กูร์กตัวส์ ต้องออกแรงพุ่งปัดทิ้ง

หมดครึ่งแรก อาร์เซน่อล นำ เชลซี 1-0

 

ครึ่งหลัง

น.49 เชลซี ปรับหมากมาลุยในครึ่วเวลาหลัง มีโอกาสลุ้นใกล้เคียง ดีเอโก้ คอสต้า บังบอลชิงเหลี่ยมกับแนวรับคู่แข่ง ก่อนไหลย้อนคืนมาให้ เอ็นโกโล่ ก็องเต้ ซัดด้วยขวาเต็มข้อ บอลพุ่งเข้ากรอบ แต่ ออสปิน่า เซฟไว้ได้

น.51 เชลซี บีบเกมเข้ากดดันแนวรับ อาร์เซน่อล มีลุ้นหวาดเสียว เมื่อ ดีเอโก้ คอสต้า ไหลบอลออกด้านขวาให้ วิคเตอร์ โมเซส แตะบอลเข้าเขตโทษแล้วยิงยัดมุมแคบทันที ออสปิน่า ต้องออกแรงเซฟ

น.59 เชลซี บุกได้น้ำได้เนื้อมากกว่า หาโอกาสลุ้นใกล้เคียงได้อีกครั้ง วิคเตอร์ โมเซส ขึ้นเกมรุกทางฝั่งขวาลากตัดเข้าในแล้วไหลขวางมาหน้าเขตโทษให้ เปโดร แต่งบอลปั่นด้วยขวาระยะ 23 หลา บอลโค้งหลุดเสาไปนิดเดียว

น.65 อาร์เซน่อล ทำเกมบุกสวนขึ้นมา อารอน แรมซี่ย์ จ่ายทะลุช่องออกด้านซ้ายให้ แดนนี่ เวลเบ็ค จ่ายยัดเข้าใน บอลแฉลบมาทางเสาสองเข้าทาง เอ็คตอร์ เบลเยลิน วิ่งเข้ามาแปด้วยขวาเน้นๆ แต่ กูร์กตัวส์ ยังล้มตัวเซฟไว้ได้

น.68 เชลซี ที่กำลังเดินเกมรุกได้อย่างไหลลื่น ต้องมาเหลือผู้เล่น 10 คนในสนาม เมื่อ วิคเตอร์ โมเซส ที่มีใบเหลืองติดตัวมาก่อนแล้ว เจตนาพุ่งล้มหวังเอาจุดโทษ ผู้ตัดสินควัใบเหลืองที่สองเป็นใบแดงไล่ โมเซส ออกทันที

น.77 เชลซี ที่เหลือผู้เล่น 10 คน แต่กลับเป็นฝ่ายฮึดสู้แม้ขุมกำลังน้อยกว่าก็ตาม สามารถไล่ตามตีเสมอ 1-1 ได้สำเร็จ วิลเลี่ยน เปิดบอลโด่งจากหน้าเขตโทษด้านขวาเข้าในให้ ดีเอโก้ คอสต้า พักอกเอาบอลลง ก่อนเอี้ยวตัววอลเลย์ด้วยขวา บอลกระดอนพื้นหนีมือ ออสปิน่า เสียบมุม

น.79 อาร์เซน่อล เสียประตูให้คู่แข่งไม่ทันไร กลับมาเป็นฝ่ายยิงประตูขึ้นนำอีกครั้งเป็น 2-1 ให้หลังเพียงแค่นาทีเศษๆ อเล็กซิส จ่ายบอลทะลุช่องเข้าเขตโทษด้านซ้ายให้ โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์ ตักโด่งจากเส้นหลังกลับเข้าใน อารอน แรมซี่ย์ วิ่งสอดมาจากด้านหลังได้โหม่งคนเดียวโล่งๆ แค่ 7 หลาเข้าประตูไป

จบเกม 90 นาที อาร์เซน่อล เฉือนเอาชนะ เชลซี ไปหวุดหวิด 2-1 คว้าแชมป์ เอฟเอ คัพ ไปครองได้สำเร็จ โดยถือเป็นแชมป์สมัยที่ 13 ของทีม “ปืนใหญ่” ทำสถิติคว้าถ้วยใบเก่าแก่มากสุดในประวัติศาสตร์วงการฟุตบอลอังกฤษ

 

รายชื่อผู้เล่น อาร์เซน่อล (3-4-3)
ดาวิด ออสปิน่า – ร็อบ โฮลดิ้ง, แพร์ แมร์เตซัคเกอร์, นาโช่ มอนเรอัล – เอ็คตอร์ เบลเยลิน, อารอน แรมซี่ย์, กรานิต ชาก้า, อเล็กซ์ อ็อกซ์เลด-แชมเบอร์เลน (ฟรองซิส โกเกอแล็ง น.83) – เมซุต โอซิล, แดนนี่ เวลเบ็ค (โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์ น.78), อเล็กซิส ซานเชซ (โมฮาเหม็ด เอลเนนี่ น.90+3)
สำรองไม่ได้ใช้
ปีเตอร์ เช็ก – อเล็กซ์ อิโวบี้, ธีโอ วัลค็อตต์, ลูคัส เปเรซ

รายชื่อผู้เล่น เชลซี (3-4-3)
ติโบต์ กูร์กตัวส์ – เซซาร์ อัซปิลิกวยต้า, ดาวิด ลุยซ์, แกรี่ เคฮิลล์ – วิคเตอร์ โมเซส, เอ็นโกโล่ ก็องเต้, เนมานย่า มาติช (เชส ฟาเบรกาส น.62), มาร์กอส อลอนโซ่ – เปโดร โรดริเกซ (วิลเลี่ยน น.72), ดีเอโก้ คอสต้า (มิชี่ บาตชูอายี่ น.88), เอแด็น อาซาร์
สำรองไม่ได้ใช้
อัสเมียร์ เบโกวิช – เคิร์ต ซูม่า, จอห์น เทอร์รี่, นาธาน อาเก้